Usagi Sailor Moon - Link Select

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีทางด้านลบ

จับเด็ก 14 ปี แฮกข้อมูลเว็บไซต์ดังในไต้หวัน
(5 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จูเนียร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุเพียง 14 ปี ชาวไต้หวัน ถูกจับกุมข้อหาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเขาเจาะข้อมูลทำให้คอมพิวเตอร์ติดไวรัสปรากฏภาพมือเปื้อนเลือดบนหน้าจอ แม้แต่สถาบันเทคโลโลยีชื่อดังของไต้หวันที่มีการป้องกันอย่างเข้มงวดเขายังได้รับความเสียหาย
พ่อแม่ของจูเนียร์แฮกเกอร์ เล่าว่า สาเหตุอาจเป็นเพราะพวกเขาทำงานหนักจนไม่มีเวลาใส่ใจ ลูกชายเป็นเด็กที่ชอบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก สั่งซื้อหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จากอินเตอร์เน็ตมาศึกษาด้วยตนเอง พ่อแม่เห็นว่าลูกชายชอบทางด้านนี้จึงส่งเขาไปเรียนพิเศษที่ Chihlee Institute of Technology (CIT) เป็นสถาบันเทคโนโลยีชื่อดังของไต้หวัน โดยไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าลูกชายจะเป็นแฮกเกอร์
จูเนียร์แฮกเกอร์ ให้การต่อศาลว่า ตอนที่เข้าเรียนนั้นตนรู้สึกกดดันและทรมาณมาก ด้วยความที่ต้องการระบายอารมณ์และอยากลองทดสอบความสามารถของตัวเอง เขาเลือกสถาบันเทคโนโลยีที่เขาเรียนพิเศษอยู่เป็นเป้าหมาย
ตำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ชี้ให้เห็นว่าจูเนียร์แฮกเกอร์คนนี้มีความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนมาก เขาได้แฮ็คเข้าไปในเว็บไซต์ซึ่งมีระบบการป้องการอย่างเข้มงวด ความสามารถของเขาน่าทึ่งมาก แม้แต่เขายังต้องศึกษาการเจาะระบบของเขาอย่างจริงจัง เพื่อใช้สำหรับการสอนในโรงเรียนตำรวจ
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบค้น IP และทำการตรวจค้นบ้านพักของเขา พบว่าห้องนอนของเขาเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงหนังสือที่เป็นอักษรจีนตัวย่อซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการถอดเข้ารหัสลับระบบซอฟแวร์คอมพิวเตอร์
จากการสืบสวนพบว่า จูเนียร์แฮกเกอร์คนนี้ได้รวบรวมเทคนิคการเจาะข้อมูลที่เขาศึกษาด้วยตนเองแฮ็คเข้าสู่ระบบโฮสต์ของหลายเว๊ปไซต์ได้สำเร็จ เช่น เว๊ปไซต์ของโรงเรียนมัธยมที่เขากำลังศึกษาอยู่ , Chihlee Institute of Technology สถาบันเทคโนโลยีชื่อดังของไต้หวัน , นอกจากนี้เขายังแฮ็คข้อมูลของเว๊ปไซต์รวมสูตรอาหาร รวมถึงเว๊ปไซต์หนังและเพลงอีกด้วย
อ้างอิงจาก http://news.sanook.com/1128328/
ความคิดเห็นที่มีต่อข่าว : social media เป็นสิ่งที่มีประโยชน์หากใช้อย่างถูกต้องถูกแนวทาง ซึ่งจะให้ทั้งความรู้ต่างๆที่มากมายและหลากหลาย ยิ่งหากมีความรู้ความสามารถในด้านนี้ยิ่งมีผลดีเพราะสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพต่างๆได้ แต่อย่างกรณีในข่าว การนำความรู้ความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยีที่ตนมีนั้นไปใช้ในด้านลบ ได้ส่งผลกระทบที่เสียหายมากมายให้แก่ทั้งฝ่ายผู้เสียหายและฝ่ายผู้กระทำเมื่อถูกจับอีกด้วย

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 4


          ขั้นตอนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์จะแบ่งการทำงานออกเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้ 
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้ จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา, สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้, มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา, มีเวลาเพียงพอ, มีงบประมาณเพียงพอ, มีความปลอดภัย
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม
3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข
4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ
6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 3

โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
       เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สำหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สำหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย 
      ตัวอย่างเช่น แอพลิเคชั่นที่มีอยู่ในโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็น Facebook , twitter , Line , Dropbox ,Instagram เป็นต้น 


แหล่งที่มา
http://www.slideshare.net/Zikkapoo/ss-13963683


ใบงานที่ 2

1.  ประเภทของโครงงงานมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. โครงงานตามสาระการเรียนรู้ เป็นการใช้บูรณาการร่วมกับการเรียนรู้ ทักษะและเป็นพื้นฐานในการกำหนดโครงงานและปฏิบัติ 
2. โครงงานตามความสนใจ เป็นโครงงานที่ผู้เรียนกำหนดขั้นตอน ความถนัด ความสนใจ ความต้องการ โดยใช้ทักษะความรู้ จากกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆมาบูรณาการเป็นโครงงานและปฏิบัติสามารถแบ่งได้ 4 รูปแบบ ตามวัตถุประสงค์
1. โครงงานที่เป็นการสำรวจ รวบรวมข้อมูล2. โครงงานที่เป็นการศึกษาค้นคว้า ทดลอง
3. โครงงานที่เป็นการศึกษาทฤษฎี หลักการ หรือแนวคิดใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลงาน
4. โครงงานที่เป็นการสร้างประดิษฐ์ คิดค้น


2.  โครงงานคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท  อะไรบ้าง
ประเภทของโครงงาน แบ่งได้เป็น 5 ประเภท
1.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา เช่น โครงงานเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์
2.โครงงานพัฒนาเครื่องมือ เป็นโครงงานที่สร้างเครื่องมือ ใช้สร้างงาน ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป
3.โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลองการทดลองของสาขาต่างๆ
4.โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานในชีวิตประจำวัน
5.โครงงานพัฒนาเกม เพื่อความรู้ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมารุก


3. ประโยชน์ของโครงงาน ให้เขียนมา  5  ข้อ
1.ได้รู้จักวิธีแสวงหาความรู้/ข้อมูล/การเรียนรู้
2.ได้ฝึกทักษะกระบวนการทำงานด้วยตนเอง หรือร่วมทำงานเป็นกลุ่ม
3.ได้ฝึกความกล้าในการแสดงออกและกล้าคิด
4.พัฒนาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
5.ได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

แหล่งอ้างอิงข้อมูล
http://www4.srp.ac.th/~kitima/lesson/Project/standard/p04.html
http://www.chakkham.ac.th/krusuriya/index.php?view=article&id=101
https://sites.google.com/site/krutermsaksuwan/home/keiyw-kab-khru-teim-sakdi/khwam-ru-reuxng/khwam-hmay-khxng-khorng-ngan/prayochn-khxng-khorng-ngan


วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่ 1

1. โครงงาน หมายถึงอะไร?
                    กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใดไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินการ วางแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยทั่วๆ ไป การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน อาจเป็นโครงงานเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นโครงงานใหญ่ที่มีความยากและซับซ้อนขึ้นก็ได้ 

2. โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร?
             โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนสนใจ โดยนักเรียนจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ความรู้ กระบวนการทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

3. ตัวอย่าง link เว็บไซต์ ที่มีตัวอย่างโครงงาน จำนวน 3 เว็บ

https://www.l3nr.org/posts/349062
http://miwkattarin.blogspot.com/
http://www.slideshare.net/Songsak1/ss-32118278